ไม่ได้อัพมาสองวันแล้วสินะ งึมๆๆ ได้ฤกษ์ละ เมื่อสองวันก่อนไปโรงงาน นั่งจิ้มงานอยู่หน้าคอมทั้งวัน แถมยังเอากลับมาทำต่อที่บ้าน พอทำเสร็จเลยเบลอ คิดไรไม่ออก บวกกับไม่มีไรจะเขียน เพราะไม่ได้ไปไหนเลย
เมื่อเช้าคิดว่าจะได้ไปช่วยงานรับน้องที่คณะ เลยกะว่าจะไปกับอุ้ม ออกไปพร้อมม๊าแต่เช้าเลย วันแรกที่ตื่นตั้งแต่ตี5ครึ่งในรอบหลายเดือน เพราะเวลานี้ปกติคงจะยังหลับไม่รู้เรื่อง (แต่ลุกจากเตียงจริงๆตอน6.45) อุ้มบอกต้องรอแม่กลับมาก่อนถึงจะไปได้ ก็รอไป นั่งเล่นนอนเล่นกับน้องเหมย น้องเรย์ไปเรื่อย เที่ยงก็แล้วมันก็ยังไม่โทรมา ดูท่าจะไม่ได้ไปซะแล้วสิ เลยโทรถามแปมเผื่อจะไปกับแปมแทน โทรไปแปมถามไปไหน ไปทำไร สรุปคือลืม แล้วก็คงไม่ไปแล้วแหละ เหอๆ ก็มานั่งคิดเออเอาไงดี รึจะไม่ไปดี ก็รออุ้มต่อไปบ่ายโมงโทรใหม่ อุ้มบอกแม่เข้ามาพอดี ออกมาได้เลย แต่ดูเวลาแล้วบ่ายโมง ถ้าไปก็ถึงตอนสองโมง เลยเปลี่ยนใจบอกอุ้มไปสยามกันดีกว่า
เรื่องมันก็เริ่มต้นตรงนี้แล คุยกับอุ้มเสร็จก็เลยโทรไปชวนพี่พี เนื่องจากรู้ว่าว่างตลอด >.< แล้วดันบอกไปว่าถึงหมดชิตแล้วโทรมาบอก "15นาทีก็ถึง" แต่ไม่ได้ดูเลยว่าพี่ที่ร้านไม่อยู่กัน ม๊าบอกว่าพี่เค้าไปนานแล้วอีกแปปนึงก็กลับแล้วให้รอก่อน เดี๋ยวให้เค้าแว้นไปส่งBTS ก็นั่งรอคิดว่าแปปเดียว ครึ่งชั่วโมงผ่านไปพี่แกถึงจะมา ก็เลยเป็นที่มาของ"15นาทีไม่ถึง" แต่เข้าใจว่าอุ้มก็คงออกมาเวลาพอกัน เพราะตอนที่พี่พีโทรมาก็โทรไปบอกอุ้มให้ออกมาเลย แต่ก็ยังถึงก่อนอุ้ม ไปถึงอุ้มบอกให้ไปจองตั๋วหนังก่อนเลย ตอนนั้นดูนาฬิกาก็สามโมงสิบห้าแล้ว สรุปว่าดู Forbidden Kingdom ตอนสามโมงครึ่ง เหลือเวลาประมาณสิบห้านาที ไปนั่งกินฮะจิบัง ด้วยความคิดที่ว่ามันโฆษณานานไปทันอยู่แล้ว แล้วก็ไปทันจริงๆ เข้าไปตอนหนังเริ่มจะฉายพอดีเด๊ะ
ว่ากันเรื่องหนังนิดนึงละกัน ไหนๆก็ไหนๆละ จะว่าไปมันก็มันดีนะ แอบฮาด้วย หลิวอี้เฟยสวยได้อีก แต่ดูตัวร้ายจะไม่เก่งอย่างที่คิด ที่เหลือก็ไปดูเอา ที่แน่ๆได้ข้อคิดมาสามข้อ
1. คนที่เคารพอาจารย์คือคนที่เคารพตัวเอง (อันนี้ฟังดูเป็นผู้เป็นคน)
2. เหล้าทำให้มีชีวิตที่ยืนยาว
3. กินเหล้าหนะไม่บาป แต่จะบาปเพราะกินไม่แบ่ง
อืมมม เป็นอย่างงี้นี่เอง ว่าแต่ทำไมต้องไปเรื่องนี้ด้วยหละนี่
ดูเสร็จว่าจะไปกินเค้ก แต่อุ้มต้องกลับก่อน เลยไปซื้อขนมปังให้ตั่วอี๊กับป๊า ไม่รู้ทำไมชอบกินขนมปังเปล่าๆกันจัง เลือกร้านกันด้วยนะ คือแต่ละร้านมันต่างกันตรงไหนรือ ทำไมกินร้านไหนมันก็เหมือนกันไปหมด หรือไม่มีความสามารถลิ้มรสขนมปังเปล่าๆได้เองหว่า ช่างมัน ไม่ได้กิน แต่เค้ก Secret Recipe ที่กินไปมันอร่อยกว่าอยู่แล้ว แอบโฆษณาให้ด้วยหรอเนี่ย
ตอนกลับไปบ้านตั่วอี๊ เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น พอขึ้นรถก็เปิดดูว่าขนมปังมันอยู่ดีรึป่าว ถุงบนสุดสบายดี แต่ถุงข้างล่าง เจ้าขนมปังเปล่าของตั่วอี๊นี่สิ มันโดนเจ้าขนมปัง+สังขยาที่มีพลัง(งาน)มากกว่าทับ จนเกือบแบน น่าสงสานจริงๆ เพราะลืมคิดว่ามันหนักกว่า ตอนถือแยกมันไม่รู้สึกว่ามันต่างกันเท่าไหร่ เลยซ้อนเข้าไป ผลก็เป็นอย่างที่ว่า
ปล. ขออภัยอย่างสุดซึ้ง ที่ทำให้พี่พีต้องรอนาน กับ นัท ไข่เค็มที่ไม่ได้ไปช่วยงาน
ปล. หลัง ปล. ยังมีที่อยากเขียนอีกแต่นึกไม่ออก เพราะไอโดมันเปิดทีวีดู รบกวนสมาธิ เกี่ยวมั้ยนั่น
Wednesday, April 30, 2008
Sunday, April 27, 2008
ลัลล้า กับ เหมย เหมย
"เมื่อวันเวลาที่ฝนพรำ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง" ช่วงนี้ฝนตกบ่อย คิดจะตกก็ตก ทีเวลาอยากให้ตกหละไม่ตก ดูแลสุขภาพกันให้ดีๆ อย่าให้ลมพัดพาความแข็งแรงไปด้วยหละ
ฝนตกแต่เช้าเลย มีคนแปลกหน้ามาปลุกถึงที่นอนด้วย ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก "น้องเหมย" นี่เอง ไปซีค่อนกันกะกง กู๋ พี่วี ม๊า โด เหมย พาเหมยไปเล่น Yoyoland ไปกิน Zen จ่ายค่าโทรศัพท์ แล้วก็เดินเล่นนิดหน่อย เพราะไล่จับลิงซะมากกว่า ไม่รู้คึกอะไรนักหนา วิ่งซะทั่วห้าง
เวลาผ่านไปครึ่งวันเหมยก็ยังไม่หลับ ไปนั่งเล่นที่สโมสรบ้านกู๋ ไปเล่นน้ำกัน ตอนแรกไมได้ลง มีแค่โดกะเหมย เพราะคิดว่าฝนจะตก เด๋วเล่นแปปเดียวเรยไม่ลง มันเล่นกันครึ่งชั่วโมงก็ขึ้น เหมยคงเรื่อยเหนื่อย ขึ้นมาก็ยังไม่ยอมนอน เดินไปเดินมา ซักพักหลับ
นั่งเล่นเกมก็แล้ว ฟังเพลงก็แล้ว จะหลับก็เกรงใจ อยู่สโมสร ดูเวลา เกือบห้าโมง อีกตั้งนานกว่ากู๋จะตีเทนนิสเสร็จ ก็เลยไปว่ายน้ำ ฝนมันจะตกก็ช่างมันละ เบื่อมากมาย ไม่มีไรทำ ว่ายไปชั่วโมงนึง ม๊าไปปลุกเหมยมาเล่นน้ำอีกรอบ --" อุส่าพยายามตั้งนานให้มันแล้ว แล้วพอมันหลับดันไปปลุกมัน
ทุ่มนึงก็ขึ้น กู๋ตีเสร็จพอดี ไปกิน Daidomon ที่จัสโก้ แล้วไปกินไอติม Mc นั่งคุยกันเรื่อยเปื่อย ดูเวลาอีกทีสี่ทุ่ม กลับบ้าน แล้วก็มานั่งง่วงอยู่หน้าคอม อยากนอนแต่ไม่อยากนอน เหอๆ
ฝนตกแต่เช้าเลย มีคนแปลกหน้ามาปลุกถึงที่นอนด้วย ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก "น้องเหมย" นี่เอง ไปซีค่อนกันกะกง กู๋ พี่วี ม๊า โด เหมย พาเหมยไปเล่น Yoyoland ไปกิน Zen จ่ายค่าโทรศัพท์ แล้วก็เดินเล่นนิดหน่อย เพราะไล่จับลิงซะมากกว่า ไม่รู้คึกอะไรนักหนา วิ่งซะทั่วห้าง
เวลาผ่านไปครึ่งวันเหมยก็ยังไม่หลับ ไปนั่งเล่นที่สโมสรบ้านกู๋ ไปเล่นน้ำกัน ตอนแรกไมได้ลง มีแค่โดกะเหมย เพราะคิดว่าฝนจะตก เด๋วเล่นแปปเดียวเรยไม่ลง มันเล่นกันครึ่งชั่วโมงก็ขึ้น เหมยคงเรื่อยเหนื่อย ขึ้นมาก็ยังไม่ยอมนอน เดินไปเดินมา ซักพักหลับ
นั่งเล่นเกมก็แล้ว ฟังเพลงก็แล้ว จะหลับก็เกรงใจ อยู่สโมสร ดูเวลา เกือบห้าโมง อีกตั้งนานกว่ากู๋จะตีเทนนิสเสร็จ ก็เลยไปว่ายน้ำ ฝนมันจะตกก็ช่างมันละ เบื่อมากมาย ไม่มีไรทำ ว่ายไปชั่วโมงนึง ม๊าไปปลุกเหมยมาเล่นน้ำอีกรอบ --" อุส่าพยายามตั้งนานให้มันแล้ว แล้วพอมันหลับดันไปปลุกมัน
ทุ่มนึงก็ขึ้น กู๋ตีเสร็จพอดี ไปกิน Daidomon ที่จัสโก้ แล้วไปกินไอติม Mc นั่งคุยกันเรื่อยเปื่อย ดูเวลาอีกทีสี่ทุ่ม กลับบ้าน แล้วก็มานั่งง่วงอยู่หน้าคอม อยากนอนแต่ไม่อยากนอน เหอๆ
Saturday, April 26, 2008
เกลอโบะ..โกะเบลอ
ไปซ้อมเพลงเชียร์ที่คณะ คนเยอะมากกก..(ประชด) แต่ก็บ้านหนึ่งซะส่วนใหญ่ น่าภูมิใจดีนะ จริงๆก็ไม่ได้ซ้อมอะไรมากมาย แค่พอให้รู้ เดี๋ยวค่อยว่ากัน
ซ้อมเสร็จไปสยามต่อ ดู Superhero ก็ฮาดี แต่ก็ไม่ได้มากมาย รึไม่เข้าใจมันเองก็ไม่รู้ เพราะป๋องมันฮาได้แบบสะใจสุดๆไปเลย แต่มันก็มีคำแนะนำสำหรับหนังที่อยากให้คนดู credits เพราะมันแอบบอกว่ายังไม่จบ แล้วขึ้น credits มาประมาณห้านาทีพร้อมกับฉากที่ไม่มีในหนัง เป็นการบังคับดูไปในตัว บางเรื่องก็อาจจะมีแต่คนไม่ค่อยดู แต่เรื่องนี้เพราะมันไม่เปิดไฟเลยไม่มีใครลุก เลยต้องดูต่อไป หนังไม่ยาวนะ แต่ตอนดูไม่รู้ทำไมมันน๊านนาน ดูเสร็จก็ไปกินส้มตำ ละไปถ่ายรูปสติ๊กเกอร์ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว สองทุ่มครึ่งแล้วเลยกลับก่อน
แต่วันนี้มันแปลกๆหลายอย่าง..
- ตั้งแต่เช้าตื่นมาแบบเมื่อยๆ
- ไปถึงคณะคนน้อยมาก เพราะตอนแรกแอบคิดว่าคนเยอะ
- ไปพารากอน แปมขับรถไป แต่ลงไปที่จอดรถข้างล่าง ไม่มีที่จอดละรถติดมากๆ
- ไปดูหนังตลก แต่แทบหลับก่อนฉายเพราะเข้าเร็ว ก่อนออกเพราะมันให้ดู credits นานเกิน
- ยืนอยู่ในบีทีเอสเล่นเกมยังจะหลับเอา
หลายหลับอย่างงี้สงสัยที่มันแปลกๆเพราะง่วงแน่เรยนิ ตอนนี้ก็นึกไรไม่ออกแล้ว...
ซ้อมเสร็จไปสยามต่อ ดู Superhero ก็ฮาดี แต่ก็ไม่ได้มากมาย รึไม่เข้าใจมันเองก็ไม่รู้ เพราะป๋องมันฮาได้แบบสะใจสุดๆไปเลย แต่มันก็มีคำแนะนำสำหรับหนังที่อยากให้คนดู credits เพราะมันแอบบอกว่ายังไม่จบ แล้วขึ้น credits มาประมาณห้านาทีพร้อมกับฉากที่ไม่มีในหนัง เป็นการบังคับดูไปในตัว บางเรื่องก็อาจจะมีแต่คนไม่ค่อยดู แต่เรื่องนี้เพราะมันไม่เปิดไฟเลยไม่มีใครลุก เลยต้องดูต่อไป หนังไม่ยาวนะ แต่ตอนดูไม่รู้ทำไมมันน๊านนาน ดูเสร็จก็ไปกินส้มตำ ละไปถ่ายรูปสติ๊กเกอร์ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว สองทุ่มครึ่งแล้วเลยกลับก่อน
แต่วันนี้มันแปลกๆหลายอย่าง..
- ตั้งแต่เช้าตื่นมาแบบเมื่อยๆ
- ไปถึงคณะคนน้อยมาก เพราะตอนแรกแอบคิดว่าคนเยอะ
- ไปพารากอน แปมขับรถไป แต่ลงไปที่จอดรถข้างล่าง ไม่มีที่จอดละรถติดมากๆ
- ไปดูหนังตลก แต่แทบหลับก่อนฉายเพราะเข้าเร็ว ก่อนออกเพราะมันให้ดู credits นานเกิน
- ยืนอยู่ในบีทีเอสเล่นเกมยังจะหลับเอา
หลายหลับอย่างงี้สงสัยที่มันแปลกๆเพราะง่วงแน่เรยนิ ตอนนี้ก็นึกไรไม่ออกแล้ว...
Friday, April 25, 2008
ฝนตก บ้านระเบิด ป๊าไม่รีบ
จากชื่อเรื่องแล้ว ทั้งสามอันนั้นไม่ได้มีไรที่เกี่ยวข้องกันเลย
อันแรก "ฝนตก" ฝนตกตั้งแต่เมื่อคืน จนถึงตอนนี้ฝนก็ยังไม่หยุด หรือไปที่ๆฝนตกเองก็ไม่รู้ ตกนิดตกหน่อยขอให้ได้ตก ให้เราได้ไม่สบายกันถ้วนหน้า แต่ก็ชอบนะฝนตกเนี่ย แต่อย่ามาตกตอนที่จะไปไหนได้มั้ย วันนี้อากาศดีตั้งแต่เช้า แต่ก็ไม่ได้นำพา จึงทำให้เกิดเรื่องที่สอง
ต่อมา "บ้านระเบิด" วันนี้คิดว่าจะต้องไปโรงงาน แต่ไม่ได้ไป ก็นั่งคุยเรื่องจะไปเที่ยวก่อนเปิดเทอมกัน ตอนแรกจะจองวันที่ 17-19 แต่มันไม่ได้ ได้วันที่ 8-11 ระเบิดลงเพราะแค่เรื่องวันเกิดนี่หละ มันไม่น่าเป็นปัญหาใช่มะ เรื่องมันมีอยู่ว่าคุณแม่อยากไปเที่ยวกับหลานๆ วันเกิดคุณลูกวันที่ 12 ยิ่งไม่น่ามีปัญหา เพราะยังไงก็กลับมาทัน แต่กลายเป็นว่าคุณแม่ไม่สนใจ อยากไปแต่กับหลานๆ วันเกิดคุณลูกมันไม่สำคัญหรอก อยากไปก็ไปเหอะลูกไม่ไป สรุปคือยกเลิกทั้งหมด แถมยังต้องกลับมากินมาม่าที่บ้าน เอ่อออ อันนี้ไม่เกี่ยว ขี้เกียดไปเดินเสรีมากกว่า เลยกลับมาหาไรกินที่บ้าน ง่ะ นอกเรื่อง อ่ะ สำหรับคนบางคนวันเกิดมันมีความสำคัญขนาดทำให้ทะเลาะกันบ้านระเบิดเลยร๋อ ไม่รู้เหมือนกัน เพราะที่บ้านไม่ค่อยใส่ใจ อย่างมากถ้าว่างกันก็ไปกินข้าวหรือซื้อเค้กมากินกัน หนุกหนาน ไม่ว่างก็ไม่เป็นไรไม่ได้ แค่จำได้ นึกถึงก็พอแล้ว มันไม่ใช่วันที่เราเกิดมาอีกรอบที่ไหน แค่บ่งบอกว่าวันที่นี้ ของเดือนนี้ เราได้ลืมตาขึ้นมาดูโลกอันสวยงาม(รึป่าว)นี่เอง โหดร้ายไปมั้ยนั่น
สุดท้าย "ป๊าไม่รีบ" หลังจากกลับมากินมาม่าที่บ้าน ก็ไปร้าน ไปได้แปปเดียวก็ออกมา ไปดูสี่แพร่งกะพี่พี หนังผีที่แอบฮาๆได้มากที่สุดเท่าที่เคยดูมาเลย (ไม่รวมหนังตลกผีๆนะ) แต่เรื่องสุดท้ายนี่ไม่ปลื้มเท่าไหร่ เพราะเห็นแต่หน้าพลอย มิกล้าดูตอนผีมา กลัวติดตา เหอๆ ที่แน่ๆแอบหลอนตั้งแต่ขึ้นรถ ป๊าเอาไรวางไว้หน้ารถเขียนว่า Pim แอบตกใจเล็กน้อยถึงปานกลาง อยากรู้ว่าทำไมก็ไปดูหนังเอา ดูเสร็จโทรไปบอกป๊าว่ากินข้าวก่อน ป๊าบอกไม่รีบเลยเดินกลับไปกิน zen ที่สยามเซ็น ประมานชั่วโมงผ่านไปโทรมา ป๊าไม่รีบแต่ม๊าง่วงแล้ว เร็วๆหน่อย แต่ก็กินจะเสร็จแล้วแหละ นั่ง bts กลับมาอารี ฝนยังตกอยู่เลย แต่ม๊ามารออยู่แล้วเลยไม่ค่อยเปียก
P.S. หายเร็วๆนะคระ พี่พี จะได้ไปแว้นกัน
อันแรก "ฝนตก" ฝนตกตั้งแต่เมื่อคืน จนถึงตอนนี้ฝนก็ยังไม่หยุด หรือไปที่ๆฝนตกเองก็ไม่รู้ ตกนิดตกหน่อยขอให้ได้ตก ให้เราได้ไม่สบายกันถ้วนหน้า แต่ก็ชอบนะฝนตกเนี่ย แต่อย่ามาตกตอนที่จะไปไหนได้มั้ย วันนี้อากาศดีตั้งแต่เช้า แต่ก็ไม่ได้นำพา จึงทำให้เกิดเรื่องที่สอง
ต่อมา "บ้านระเบิด" วันนี้คิดว่าจะต้องไปโรงงาน แต่ไม่ได้ไป ก็นั่งคุยเรื่องจะไปเที่ยวก่อนเปิดเทอมกัน ตอนแรกจะจองวันที่ 17-19 แต่มันไม่ได้ ได้วันที่ 8-11 ระเบิดลงเพราะแค่เรื่องวันเกิดนี่หละ มันไม่น่าเป็นปัญหาใช่มะ เรื่องมันมีอยู่ว่าคุณแม่อยากไปเที่ยวกับหลานๆ วันเกิดคุณลูกวันที่ 12 ยิ่งไม่น่ามีปัญหา เพราะยังไงก็กลับมาทัน แต่กลายเป็นว่าคุณแม่ไม่สนใจ อยากไปแต่กับหลานๆ วันเกิดคุณลูกมันไม่สำคัญหรอก อยากไปก็ไปเหอะลูกไม่ไป สรุปคือยกเลิกทั้งหมด แถมยังต้องกลับมากินมาม่าที่บ้าน เอ่อออ อันนี้ไม่เกี่ยว ขี้เกียดไปเดินเสรีมากกว่า เลยกลับมาหาไรกินที่บ้าน ง่ะ นอกเรื่อง อ่ะ สำหรับคนบางคนวันเกิดมันมีความสำคัญขนาดทำให้ทะเลาะกันบ้านระเบิดเลยร๋อ ไม่รู้เหมือนกัน เพราะที่บ้านไม่ค่อยใส่ใจ อย่างมากถ้าว่างกันก็ไปกินข้าวหรือซื้อเค้กมากินกัน หนุกหนาน ไม่ว่างก็ไม่เป็นไรไม่ได้ แค่จำได้ นึกถึงก็พอแล้ว มันไม่ใช่วันที่เราเกิดมาอีกรอบที่ไหน แค่บ่งบอกว่าวันที่นี้ ของเดือนนี้ เราได้ลืมตาขึ้นมาดูโลกอันสวยงาม(รึป่าว)นี่เอง โหดร้ายไปมั้ยนั่น
สุดท้าย "ป๊าไม่รีบ" หลังจากกลับมากินมาม่าที่บ้าน ก็ไปร้าน ไปได้แปปเดียวก็ออกมา ไปดูสี่แพร่งกะพี่พี หนังผีที่แอบฮาๆได้มากที่สุดเท่าที่เคยดูมาเลย (ไม่รวมหนังตลกผีๆนะ) แต่เรื่องสุดท้ายนี่ไม่ปลื้มเท่าไหร่ เพราะเห็นแต่หน้าพลอย มิกล้าดูตอนผีมา กลัวติดตา เหอๆ ที่แน่ๆแอบหลอนตั้งแต่ขึ้นรถ ป๊าเอาไรวางไว้หน้ารถเขียนว่า Pim แอบตกใจเล็กน้อยถึงปานกลาง อยากรู้ว่าทำไมก็ไปดูหนังเอา ดูเสร็จโทรไปบอกป๊าว่ากินข้าวก่อน ป๊าบอกไม่รีบเลยเดินกลับไปกิน zen ที่สยามเซ็น ประมานชั่วโมงผ่านไปโทรมา ป๊าไม่รีบแต่ม๊าง่วงแล้ว เร็วๆหน่อย แต่ก็กินจะเสร็จแล้วแหละ นั่ง bts กลับมาอารี ฝนยังตกอยู่เลย แต่ม๊ามารออยู่แล้วเลยไม่ค่อยเปียก
P.S. หายเร็วๆนะคระ พี่พี จะได้ไปแว้นกัน
Thursday, April 24, 2008
The return of my mobile phone...
ตอนแรกคิดว่าวันนี้จะไม่เขียน ด้วยความขี้เกียดเอามากๆ แต่ก็นะ ความว่างจัดมันมักเป็นเหตุเสมอ บวกกับพี่พีช่วยคิดชื่อเรื่อง ก็เลยเขียนซะหน่อยละกัน
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่น่าเบื่อ ไม่ได้ทำงาน ไปนั่งดูทีวีบ้านเหล่าโกว รอเวลาไปกินข้าวเสรี กินเสร็จไม่รู้จะไปซื้ออะไรเลยไปเดินเล่นร้านหนังสือได้มาเล่มนึง "I Hope They Serve Beer In Hell" ของ Tucker Max ตอนนี้อ่านไปสามตอนแล้ว ถ้าให้คำว่า "ห่าม" หมายถึง สิ่งที่แบบสุดๆไม่คิดว่าจะมีใครกล้าทำ แถมยังกล้าเอามาเขียนเป็นหนังสือแถมดังแบบนี้ เล่มนี้ได้เลย แอบฮาอีกตะหาก สุดๆเลยผู้ชายคนนี้ ตอนแรกก็ไม่คิดว่ามันจะขนาดนี้ แต่ด้วยความว่างจัดด้วยก็เลยซื้อมา รับรองว่าคำเตือนที่ทำให้ต้องซื้อหนังสือเล่มนี้มาจริงแท้แน่นอน ที่ว่าถ้าแม่มาเห็นคงไม่ปลื้มกับหนังสือเล่มนี้ซักเท่าไหร่ แต่ดีนะแม่ยังไม่เห็น กว่าจะเห็นก็คงอ่านไปเยอะแล้ว เหอะๆ หาหนังสือเล่มนี้ได้ตามร้านขายหนังสือชั้นนำ เพราะไม่รู้ว่าชั้นไม่นำมีป่าว
ได้โทรศัพท์กลับมาแล้น รอคอยมานานหลายวันหลายคืน จะว่าไปก็แค่สามวัน เหอะๆ แต่การไม่มีโทรศัพท์มือถือนี่มันช่างลำบากจริงหนอ เดี๋ยวนี้มันขาดกันไม่ได้ขนาดนี้เลยหรอเนี่ย นั่งว่างๆเลยถามตัวเองว่าเพราะอะไร ไม่มีมือถือแล้วไปไหนไม่ได้หรอ ได้คำตอบจากใจเลยว่า เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยตรงต่อเวลากันซักเท่าไหร่ จะว่าไปมันก็เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกันนะ ละไม่ต้องหาเลยว่าใคร ตัวเองก็ยังทำไม่ได้เลย เป็นเพราะมีโทรศัพท์รึป่าวที่ทำให้คนเราไม่ตรงต่อเวลา คือประมาณว่าอยู่ที่ไหนก็โทรบอกความคืบหน้าได้ คนก็เลยเออเดี๋ยวค่อยโทรบอกก็ได้ ว่ากันไป
แต่ที่ดีคือรอแล้วมันคุ้มค่านี่สิ ได้ขนมแถมมาสองอย่าง กะ สตรอเบอร์รี่อีกครึ่งกล่อง เหอๆ อร่อยเลยพี่น้อง อิอิ
ลัลล้า~ อ่านหนังสือต่อ ติดลม ><
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่น่าเบื่อ ไม่ได้ทำงาน ไปนั่งดูทีวีบ้านเหล่าโกว รอเวลาไปกินข้าวเสรี กินเสร็จไม่รู้จะไปซื้ออะไรเลยไปเดินเล่นร้านหนังสือได้มาเล่มนึง "I Hope They Serve Beer In Hell" ของ Tucker Max ตอนนี้อ่านไปสามตอนแล้ว ถ้าให้คำว่า "ห่าม" หมายถึง สิ่งที่แบบสุดๆไม่คิดว่าจะมีใครกล้าทำ แถมยังกล้าเอามาเขียนเป็นหนังสือแถมดังแบบนี้ เล่มนี้ได้เลย แอบฮาอีกตะหาก สุดๆเลยผู้ชายคนนี้ ตอนแรกก็ไม่คิดว่ามันจะขนาดนี้ แต่ด้วยความว่างจัดด้วยก็เลยซื้อมา รับรองว่าคำเตือนที่ทำให้ต้องซื้อหนังสือเล่มนี้มาจริงแท้แน่นอน ที่ว่าถ้าแม่มาเห็นคงไม่ปลื้มกับหนังสือเล่มนี้ซักเท่าไหร่ แต่ดีนะแม่ยังไม่เห็น กว่าจะเห็นก็คงอ่านไปเยอะแล้ว เหอะๆ หาหนังสือเล่มนี้ได้ตามร้านขายหนังสือชั้นนำ เพราะไม่รู้ว่าชั้นไม่นำมีป่าว
ได้โทรศัพท์กลับมาแล้น รอคอยมานานหลายวันหลายคืน จะว่าไปก็แค่สามวัน เหอะๆ แต่การไม่มีโทรศัพท์มือถือนี่มันช่างลำบากจริงหนอ เดี๋ยวนี้มันขาดกันไม่ได้ขนาดนี้เลยหรอเนี่ย นั่งว่างๆเลยถามตัวเองว่าเพราะอะไร ไม่มีมือถือแล้วไปไหนไม่ได้หรอ ได้คำตอบจากใจเลยว่า เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยตรงต่อเวลากันซักเท่าไหร่ จะว่าไปมันก็เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกันนะ ละไม่ต้องหาเลยว่าใคร ตัวเองก็ยังทำไม่ได้เลย เป็นเพราะมีโทรศัพท์รึป่าวที่ทำให้คนเราไม่ตรงต่อเวลา คือประมาณว่าอยู่ที่ไหนก็โทรบอกความคืบหน้าได้ คนก็เลยเออเดี๋ยวค่อยโทรบอกก็ได้ ว่ากันไป
แต่ที่ดีคือรอแล้วมันคุ้มค่านี่สิ ได้ขนมแถมมาสองอย่าง กะ สตรอเบอร์รี่อีกครึ่งกล่อง เหอๆ อร่อยเลยพี่น้อง อิอิ
ลัลล้า~ อ่านหนังสือต่อ ติดลม ><
Wednesday, April 23, 2008
เช้าสดใสของวันสุดโหด

เมื่อคืนฝนตกหนัก เมื่อเช้าก้อเลยอากาศดี
นึกถึงทุ่งหญ้ากว้างๆ มีภูเขา มีลำธารเล็กๆ (เว่อร์ไปมั้ยนั่น)
ตื่นมารับไอดินกลิ่นฝนนี่มันน่าสุขใจนัก พรุ่งนี้จะเจออย่างนี้อีกมั้ยนะ
ตอนนี้ฝนก็ยังตกอยู่ ตกนานๆก็ดีนะ จะได้ไม่ร้อน
แต่วันนี้โหดมาก ไปถึงโรงงานตอนสิบโมง พึ่งกลับมาถึงบ้านตอนห้าโมง
นั่งทำสต๊อคย้อนหลังตั้งแต่ต้นปี ดูเหมือนน้อยเลย
พวกที่ขายไปทำเสร็จแล้ว แต่ไอที่ซื้อมาต้องไปเอาจากบ้านเหล่าโกว
มาทำต่อที่บ้าน พึ่งจะเสร็จเมื่อกี๊เองงิ --"
เบลอ+ง่วงอย่างไม่ต้องสงสัย >o<
Tuesday, April 22, 2008
แบบว่าว่างอ่ะ
เอ่ออออ แบบว่าว่างจัดไม่มีอะไรทำง่ะ ก็เลยมาเขียนเล่น
วาดรูปได้ก็คงจะวาดไปแล้ว ถึงจะไม่สวยก็เหอะ
ว่างขนาดหารูปมาทำ header ใหม่ --" หาวิธีเอาเพลงลงแบบ random ด้วย
หาเจอแต่ใช้ไม่ได้หรือทำไม่เป็นเองก็ไม่รู้ เหอะๆ
ใครรู้ช่วยบอกที แต่ก็แอบคิดว่ามันจะน่ารำคานมั้ย เลยไม่หาต่อ
วันนี้ก็ไปทำงาน รึไปแต่ไม่ได้ทำก็ไม่รู้
ตื่นแต่เช้าไปบ้านเหล่าโกวแล้วนั่งดูทีวีเฉยๆ
รอเวลาไปกินข้าวเสรีแล้วกลับบ้าน (ตอนบ่ายสอง --")
จะไปทำไมก็ไม่รู้ แต่พรุ่งนี้คงไปที่สมุทรปราการ
(พึ่งไปเมื่อวาน ไปอีกแล้วหรือนี่ ไม่เห็นมีไรทำเลย)
โทรศัพท์ก็ยังไม่ได้งิ เลยไปสยามไม่ได้นะพี่พี (บอกในนี้จะรู้กันมั้ยนี่ เหอๆ)
แอบหวังว่าพรุ่งนี้คงได้นะ ไม่มีโทรศัพท์แล้วชีวิตไม่สุขเลย
อยากไปเที่ยววว ที่ไหนก็ได้ อยู่บ้านไม่มีไรทำมากมายเลย T3T
แอบรู้สึกดีที่วันนี้มัน random เพราะทุกเพลงเลย เหอๆ
ว่าแล้วไปแดนซ์ดีกว่า ซียุ้ววววว~
p.s. ทำไงให้มันเว้นบรรทัดหว่า???
Monday, April 21, 2008
ขึ้นบ้านใหม่ ! !
จริงๆแล้วไม่ได้ย้ายบ้านหนีหนี้หรืออะไรหรอก แค่เปลี่ยนที่เก็บความทรงจำที่ไม่สามารถเก็บไว้ในสมองได้หมด ด้วยความที่แรมมันน้อยนิดซะเหลือเกิน ถ้าขยายความจุของสมองได้ง่ายเหมือนไขน๊อตเปิดเคสออกมาเพื่อเพิ่มแรมได้ก็คงดี(นอกเรื่องแล้วไง) ตอนแรกว่าจะย้ายของเก่าสมัยปู่ย่าตาทวดมาด้วย(นานเกินไปละ) แต่มันไม่สามารถเอามาใส่ในวันนั้นๆได้ ก็เลยต้องเก็บลิ้งค์เอาไว้เผื่อว่าอยากรำลึกความหลัง http://minihome.truelife.com/dkkiller
ครั้งแรกนี้คงต้องเริ่มด้วยเรื่องของเมื่อวาน เพราะมัวแต่เป็นสลาฟจนลืมว่ามีภารกิจกู้โลก เอ๊ะ ไม่ใช่ ลืมว่าจะมาเขียน.. ย้อนกลับไปเมื่อวันก่อนนิดนึงเพราะจำได้ว่าเขียนไปว่า มีโอกาสที่จะต้องไปเดินซีค่อนสูง สรุปคือไม่ได้ไปซีค่อน ที่บอกว่าจะได้นอนชิว สรุปก้อชิวแต่ไม่ยาวนานอย่างที่คิด เมื่อวานตอนเช้ากู๋โทรมาชวนไปเซ็นทรัลบางนา ม๊าบอกไปว่ายังไม่มีใครตื่น ก็เลยไม่ได้ไป แต่คือตื่นตั้งแต่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ม๊าก็ตื่นแล้ว เสียงดังได้อีก
ลงมาจากห้องตอนประมาณ 11 โมง ลงมาแบบงงๆ ปกติเวลาแบบนี้จะมีโจ๊ก ก๋วยจั๊บ ก๋วยเตี๋ยวหรือข้าวอะไรซักอย่าง แต่วันนี้ไม่อะไรกินเลย ป๊าม๊าคือกินกันไปแล้วรอบนึง ดูท่าจะเป็นมื้อเช้าตอนสายๆ ป๊าบอกจะสั่งพิซซ่ามากิน อารมณ์ประมาณว่า "รอพวกเอ็งลงมาสั่งนี่แหละ" ก็เออกินก็กิน กินเสร็จก็ด้วยความไม่มีอะไรทำก็นั่งอ่านหนังสือไปเกือบจบเล่ม วันเวลาก้อผ่านไปอย่างรวดเร็ว พิซซ่ายังไม่ทันย่อยหมด ม๊าไปกิน zen ที่ทองหล่อ ก็ไป(เรื่องกินไม่มีขัด ยิ่งไปกินข้างนอกด้วยจะขัดทำไม) กินเสร็จไปซื้อของที่บิ๊กซี ทำให้ได้รู้ว่าที่ตู้แช่แข็งบิ๊กซีมีขายกบ เนื้อจระเข้ หมูป่า ฯลฯของแปลกที่ไม่ค่อยเห็นตามตู้แช่แข็งซุปเปอร์ คือมีหลายอย่างจริงๆ น่าจะมีเนื้อปลาวาฬด้วยนะ จะได้ให้ป๋องไปซื้อ เห็นพูดถึงบ่อยๆ
แต่เมื่อมีสุขก็ต้องมีทุกข์ ถึงจะมีความสุขเรื่องของกินทั้งวัน แต่ยังมีเรื่องน่าเศร้าอีกสองเรื่องในวันเดียวกัน.. เรื่องแรก ทำโทรศัพท์พัง แต่เช้าเรย ตอนนั่งฟังเพลงอยู่ในห้องน้ำ ด้วยความซน ฟังวิทยุ แล้วดึงเสาออกมาด้วย ตอนแรกมันก็ตั้งได้อยู่หรอก แปปเดียวมันก็หักเองซะงั้น ตอนแรกที่มันหักก็ยังเก็บได้ ดึงไปดึงมามันเก็บไม่ได้ ติดอะไรไม่รู้อยู่ข้างใน ก็เลยฝากม๊าไปซ่อม วันนี้ก็เลยไม่มีโทรศัพท์ใช้และก็คงจะไม่มีใช้ไปอีกไม่น่าจะเกินสองวัน รู้สึกเหมือนขาดปัจจัยนึงในชีวิตเลยอีกเรื่องนึง เพื่อนจะเลิกกัน เฮ่ออออ... ไม่รู้จะอธิบายยังไง ละไว้ในฐานที่เข้าใจแล้วกัน อย่างที่แกร้องหนะ "ที่บอกว่ารักไม่ได้ เพราะแม่เธอไม่ให้รัก" ชีวิตช่างน่าเศร้าจริงๆ "จบแล้ววว รักที่เคยเหนื่อยล้ามามากพอ จนยอมต้องปล่อยไป" มีคนเคยบอกว่า "จะรักกันก็ต้องช่วยกันทำลายกำแพงที่กั้นอยู่ ช่วยกันฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ต่อสู้คนเดียวมันก็คงจะเหนื่อยเกินไป" แต่อุปสรรคบ้างอย่างมันก็ยากเกินกว่าจะข้ามไปด้วยกันได้ มันก็เลยกลายเป็นเรื่องน่าเศร้าไปในที่สุด
เรื่องของเมื่อวานก็ผ่านไปแบบนอนไม่ค่อยหลับ วันนี้ก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติ หลังจากหยุดสงกรานต์ไปเป็นอาทิตย์ กลับมาตื่นเช้าไปทำงานเหมือนเช่นเคย วันน่าเบื่อๆก้อคืบคลานกลับมาหาอีกครั้ง แต่ได้ช๊อคโกแลตมากินอีกหลายอยู่ เหล่าโกวซื้อมาฝากจากเยอรมัน ครั้งหน้าขอเปลี่ยนเป็นตั๋วเครื่องบินแทนได้มั้ยคะ แล้วเมื่อตอนค่ำ นัด ไข่เค็ม ก็มาบอกข่าวดีว่าจะได้หนีเที่ยว เอ้ย บอกว่าจะมีซ้อมสันวันเสา กะ ตัดป้ายชื่อพุธหน้า ที่คณะ ทำให้เกิดไอเดียว่าจะได้ลัลล้าแล้น คริคริ เรื่องออกจากบ้านขอให้บอก ถ้า BTS ไปถึงก็ไปหมด แต่คณะนี่ -*- สงสัยต้องไปกับแปม เพราะถ้าให้ใครไปส่งคงไม่ได้ไป เหอๆ
ครั้งแรกนี้คงต้องเริ่มด้วยเรื่องของเมื่อวาน เพราะมัวแต่เป็นสลาฟจนลืมว่ามีภารกิจกู้โลก เอ๊ะ ไม่ใช่ ลืมว่าจะมาเขียน.. ย้อนกลับไปเมื่อวันก่อนนิดนึงเพราะจำได้ว่าเขียนไปว่า มีโอกาสที่จะต้องไปเดินซีค่อนสูง สรุปคือไม่ได้ไปซีค่อน ที่บอกว่าจะได้นอนชิว สรุปก้อชิวแต่ไม่ยาวนานอย่างที่คิด เมื่อวานตอนเช้ากู๋โทรมาชวนไปเซ็นทรัลบางนา ม๊าบอกไปว่ายังไม่มีใครตื่น ก็เลยไม่ได้ไป แต่คือตื่นตั้งแต่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ม๊าก็ตื่นแล้ว เสียงดังได้อีก
ลงมาจากห้องตอนประมาณ 11 โมง ลงมาแบบงงๆ ปกติเวลาแบบนี้จะมีโจ๊ก ก๋วยจั๊บ ก๋วยเตี๋ยวหรือข้าวอะไรซักอย่าง แต่วันนี้ไม่อะไรกินเลย ป๊าม๊าคือกินกันไปแล้วรอบนึง ดูท่าจะเป็นมื้อเช้าตอนสายๆ ป๊าบอกจะสั่งพิซซ่ามากิน อารมณ์ประมาณว่า "รอพวกเอ็งลงมาสั่งนี่แหละ" ก็เออกินก็กิน กินเสร็จก็ด้วยความไม่มีอะไรทำก็นั่งอ่านหนังสือไปเกือบจบเล่ม วันเวลาก้อผ่านไปอย่างรวดเร็ว พิซซ่ายังไม่ทันย่อยหมด ม๊าไปกิน zen ที่ทองหล่อ ก็ไป(เรื่องกินไม่มีขัด ยิ่งไปกินข้างนอกด้วยจะขัดทำไม) กินเสร็จไปซื้อของที่บิ๊กซี ทำให้ได้รู้ว่าที่ตู้แช่แข็งบิ๊กซีมีขายกบ เนื้อจระเข้ หมูป่า ฯลฯของแปลกที่ไม่ค่อยเห็นตามตู้แช่แข็งซุปเปอร์ คือมีหลายอย่างจริงๆ น่าจะมีเนื้อปลาวาฬด้วยนะ จะได้ให้ป๋องไปซื้อ เห็นพูดถึงบ่อยๆ
แต่เมื่อมีสุขก็ต้องมีทุกข์ ถึงจะมีความสุขเรื่องของกินทั้งวัน แต่ยังมีเรื่องน่าเศร้าอีกสองเรื่องในวันเดียวกัน.. เรื่องแรก ทำโทรศัพท์พัง แต่เช้าเรย ตอนนั่งฟังเพลงอยู่ในห้องน้ำ ด้วยความซน ฟังวิทยุ แล้วดึงเสาออกมาด้วย ตอนแรกมันก็ตั้งได้อยู่หรอก แปปเดียวมันก็หักเองซะงั้น ตอนแรกที่มันหักก็ยังเก็บได้ ดึงไปดึงมามันเก็บไม่ได้ ติดอะไรไม่รู้อยู่ข้างใน ก็เลยฝากม๊าไปซ่อม วันนี้ก็เลยไม่มีโทรศัพท์ใช้และก็คงจะไม่มีใช้ไปอีกไม่น่าจะเกินสองวัน รู้สึกเหมือนขาดปัจจัยนึงในชีวิตเลยอีกเรื่องนึง เพื่อนจะเลิกกัน เฮ่ออออ... ไม่รู้จะอธิบายยังไง ละไว้ในฐานที่เข้าใจแล้วกัน อย่างที่แกร้องหนะ "ที่บอกว่ารักไม่ได้ เพราะแม่เธอไม่ให้รัก" ชีวิตช่างน่าเศร้าจริงๆ "จบแล้ววว รักที่เคยเหนื่อยล้ามามากพอ จนยอมต้องปล่อยไป" มีคนเคยบอกว่า "จะรักกันก็ต้องช่วยกันทำลายกำแพงที่กั้นอยู่ ช่วยกันฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ต่อสู้คนเดียวมันก็คงจะเหนื่อยเกินไป" แต่อุปสรรคบ้างอย่างมันก็ยากเกินกว่าจะข้ามไปด้วยกันได้ มันก็เลยกลายเป็นเรื่องน่าเศร้าไปในที่สุด
เรื่องของเมื่อวานก็ผ่านไปแบบนอนไม่ค่อยหลับ วันนี้ก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติ หลังจากหยุดสงกรานต์ไปเป็นอาทิตย์ กลับมาตื่นเช้าไปทำงานเหมือนเช่นเคย วันน่าเบื่อๆก้อคืบคลานกลับมาหาอีกครั้ง แต่ได้ช๊อคโกแลตมากินอีกหลายอยู่ เหล่าโกวซื้อมาฝากจากเยอรมัน ครั้งหน้าขอเปลี่ยนเป็นตั๋วเครื่องบินแทนได้มั้ยคะ แล้วเมื่อตอนค่ำ นัด ไข่เค็ม ก็มาบอกข่าวดีว่าจะได้หนีเที่ยว เอ้ย บอกว่าจะมีซ้อมสันวันเสา กะ ตัดป้ายชื่อพุธหน้า ที่คณะ ทำให้เกิดไอเดียว่าจะได้ลัลล้าแล้น คริคริ เรื่องออกจากบ้านขอให้บอก ถ้า BTS ไปถึงก็ไปหมด แต่คณะนี่ -*- สงสัยต้องไปกับแปม เพราะถ้าให้ใครไปส่งคงไม่ได้ไป เหอๆ
Subscribe to:
Posts (Atom)